ปีสุดท้ายของ ‘ร็อบเบน’

    อาร์เยน ร็อบเบน ปีกหัวไข่ชาวดัตช์ ได้ออกมายืนยันเรียบร้อยแล้วว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีมบาเยิร์น มิวนิคเสียแล้ว หลังจากที่เขาอยู่ในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่ามาถึง 10 ปี เมื่อย้ายมาจากเรอัล มาดริดมาอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคในปี 2009 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร และสร้างความสำเร็จให้กับสโมสร “เสือใต้” อย่างมากมาย ทั้งแชมป์บุนเดสลีก้า เดเอฟเบ โพคาล รวมถึงแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ซึ่งเขาเป็นผู้ทำประตูชัยให้ทีมคว้าแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์เหนือโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ได้ด้วยในปี 2013 แต่ฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับบาเยิร์น มิวนิคเสียแล้ว ดาวเตะชาวดัตช์ได้ออกมาประกาศผ่านทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายของเขากับทีมแล้ว เนื่องจากหลังจบฤดูกาลนี้เขาจะอายุ 35 ปีแล้ว ซึ่งน่าจะเป็นช่วงอายุที่มากเกินไปสำหรับการเป็นนักเตะตัวหลักในลีกระดับท็อปของยุโรป และยิ่งเป็นทีมยักษ์ใหญ่อย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยแล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยาก ทำให้เขาตัดสินใจจะออกไปหาความท้าทายใหม่ในบั้นปลายอาชีพค้าแข้งของเขา อาร์เยน ร็อบเบน ถือว่าเป็นปีกความเร็วสูงที่ถนัดเท้าซ้าย แต่มักชอบถูกจับมายืนเป็นตัวริมเส้นทางฝั่งขวา และมีทีเด็ดในการเลี้ยงตัดเข้ากลาง และยิงทำประตูด้วยเท้าซ้าย ซึ่งเขาถือว่าเป็นต้นแบบเลยก็ว่าได้จากการเล่นในสไตล์นี้มาตั้งแต่ช่วงค้าแข้งให้กับเชลซีในยุคของโชเซ่ …

Continue reading

แชมป์ที่กำลังหลุดมือ

     ทีม “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลเยอรมัน สามารถครองความยิ่ใหญ่ในประเทศมาได้โดยตลอด 6 ฤดูกาลหลังสุด เนื่องจากพวกเขาสามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีก้ามาได้ 6 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว นับตั้งแต่ฤดูกาล 2012-2013 เป็นต้นมา พวกเขาก็สามารถคว้าแชมป์ลีกมาได้โดยตลอด และเป็นแชมป์แบบไม่ยากเย็นนักแทบทุกฤดูกาลเลยด้วย รวมถึงในศึกเดเอฟเบ โพคาล พวกเขาก็เป็นแชมป์มาได้ถึง 3 สมัยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาเป็นมหาอำนาจลูกหนังของเมืองเบียร์ในเวลานี้ แต่ทว่าในฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าแชมป์สมัยที่ 7 ติดต่อกันที่พวกเขาหวังเอาไว้ ทำท่าว่าจะหลุดลอยไปเสียแล้ว เมื่อฤดูกาลนี้โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่เคยเป็นคู่ปรับสำคัญเมื่อหลายปีก่อนกลับมาคืนฟอร์มเก่งได้อีกครั้งในฤดูกาลนี้ บวกกับการที่บาเยิร์น มิวนิค มีการเปลี่ยนกุนซือใหม่มาเป็นนิโก้ โควัช กุนซือหนุ่มชาวโครเอเชียด้วย ทำให้ต้องมีการสร้างทีมกันขึ้นมาใหม่ ทำให้ผลงานในช่วงต้นฤดูกาลที่ผ่านมาไม่ดีเหมือนฤดูกาลก่อนๆ หลังจากที่ฤดูกาลบุนเดสลีก้าผ่านมาเกือบจะถึงครึ่งทางแล้ว แต่บาเยิร์น มิวนิค ยังคงมีคะแนนตามหลังโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ที่นำเป็นน่าฝูงอยู่ถึงเกือบ 10 คะแนน ซึ่งถือว่าเยอะมากทีเดียว เนื่องจากทีม “เสือเหลือง” …

Continue reading

ขุมกำลังที่เพรียบพร้อม

บาเยิร์น มิวนิค ที่ใครๆ ก็ทราบดีว่าพวกเขาเป็นยักษ์ใหญ่ของวงการฟุตบอลเยอรมัน และพวกเขาก็ผูกขาดกับการเป็นแชมป์บุนเดสลีก้ามา 6 สมัยติดต่อกันแล้ว และไม่มีคู่ต่อกรไหนเข้ามาคุกขามพวกเขาได้เลย หลังจากที่หมดยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมันที่หนีไปคุมทีมลิเวอร์พูลในตอนนี้ ซึ่งในระยะหลังมานี้ เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การคว้าแชมป์บุนเดสลีก้าอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากพวกเขาเก็บคะแนนทิ้งห่างจนหายห่วงกับแชมป์ลีกสูงสุดของประเทศเยอรมันมาได้โดยตลอด แต่เป้าหมายของพวกเขากลับกลายเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเสียแล้วในแต่ละฤดูกาล ซึ่ง 5 ปีหลังสุดพวกเขาต้องตกรอบรองชนะเลิศในฟุตบอลรายการใหญ่ของยุโรปมา 4 ครั้งติดต่อกันแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าขนาดทีม และตัวหมุนเวียนอาจจะไม่ดีพอก็เป็นได้ ทำให้ฤดูกาลนี้พกวเขาตั้งเป้าหมายอีกครั้งว่าจะไปให้ไกลว่าเดิม ด้วยขุมกำลังที่ใหญ่ขึ้นด้วย ขุมกำลังของบาเยิร์น มิวนิคในฤดูกาลนี้ก็จะเหมือนกับทีมยักษ์ใหญ่ของลีกอื่นๆ อย่างปารีส แซงต์ แชร์กแมง หรืออย่างยูเวนตุส ที่สามารถจะจัดทีมดีๆ ได้ถึง 2 ทีมเลยทีเดียว แต่สิ่งที่จำเป็นที่สุดของพวกเขาคือการที่จะต้องมีมานูเอล นอยเออร์ นายประตูมือ 1 ของทีมเฝ้าเสาในแต่ละนัด เนื่องจากฤดูกาลที่แล้วที่เขาเจ็บบ่อย จนชวดเล่นในรอบรองชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้สเวน อูลไรซ์ นายประตูมือ 2 ต้องลงสนามแทน …

Continue reading

ระบบการเล่นในปีนี้

     เมื่อแต่ละทีมที่มีการเปลี่ยนตัวกุนซือใหม่ ก็มักจะต้องมีการเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมตามไปด้วย ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว จุ๊ปป์ ไฮน์เกส กุนซือเฒ่าของทีมบาเยิร์น มิวนิค มีระบบหลักในการเล่นคือ 4-1-4-1 ที่พวกเขามักจะใช้เป็นประจำ โดยแผนการเล่นของกุนซือวัย 73 ปี ที่จะแตกต่างจากกุนซือคนก่อนหน้านี้ของทีมก็คือเขาจะขยับโธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกของทีมที่เคยเล่นทางด้านริมเส้นฝั่งขวาเป็นประจำ ให้ขยับเข้ามาเล่นด้านในมากขึ้น ส่วนทางขวามักจะใช้เป็นอาร์เยน ร็อบเบน หรือไม่ก็ฮาเมส โรดริเกซเล่นแทน ส่วนกองกลางตัวรับคนเดียวนั้นจะเป็นทางฆาบี มาร์ติเนซ กองกลางที่พวกเขาไปซื้อมาจากแอตเลติก บิลเบา ที่จะถูกปรับกลับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับตามเดิมอีกครั้ง หลังจากตอนที่เป็ป กวาดิโอล่าคุมทีม เขามักจะถูกปรับให้ไปเล่นเป็นตำแหน่งปราการหลังตัวกลางโดยตลอด แต่เนื่องจากตอนนี้แผงหลังของบาเยิร์น มิวนิคมีแทบจะล้นทีมแล้ว ทำให้อดีตดาวเตะของแอตเลติก บิลเบา ถูกขยับขึ้นมาเป็นกองกลางตัวรับอีกครั้ง แต่ในฤดูกาลนี้ที่มีการเปลี่ยนกุนซือมาเป็นนิโก้ โควัช กุนซือหนุ่มชาวโครเอเชีย ที่เข้ามาคุมทีมหลังจากที่เคยพาไอน์ทรัช แฟรงค์เฟิร์ต คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาลเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยตอนนี้ดูเหมือนว่าเขายังไม่เจอระบบที่ลงตัวกับทีมซักที เนื่องจากในช่วง 3 นัดหลังสุดของทีม กุนซือวัย 46 ปียังปรับเปลี่ยนระบบการเล่นในทุกนัด …

Continue reading

ธรรมเนียบกัปตันทีม

    หากว่าใครติดตามบาเยิร์น มิวนิค หรือไม่ก็เคยติดตามศึกบุนเดสลีก้ามาบ้าง อาจจะพอสังเกตได้ว่าบาเยิร์น มิวนิคนั้นมีนโยบายแต่งตั้งกัปตันทีมที่เป็นชาวเยอรมันมาโดยตลอด  ซึ่งหากไปย้อนดูประวัติที่พอจะสืบค้นได้ จะเห็นว่าพวกเขามีกัปตันทีมที่เป็นชาวเยอรมันมาตั้งแต่ปี 1965 และหลังจากนั้นก็เลื่อยมาจนมาถึงโลธ่า มัตเธอุส อดีตปราการหลังตัวเก่ง โธมัส เฮลเมอร์ สเตฟาน เอฟเฟ่นแบร์ก และต่อด้วยโอลิเวอร์ คาห์น นายประตูจอมหนึบที่เป้นมือ 1 ของทีมชาติเยอรมันในเวลานั้น จนถึงปี 2008 ซึ่งเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่โอลิเวอร์ คาห์น ประกาศแขวนถุงมือเลิกเล่น ทำให้บาเยิร์น มิวนิคในตอนนั้นจะต้องหากัปตันทีมคนใหม่ ซึ่งกุนซือของทีม “เสือใต้” ในตอนนั้นก็คือเจอร์เก้น คลิ๊นสมันน์ อดีตบุนเดสเทรนเนอร์ของทีมชาติเยอรมัน ที่ก็เข้ามารับตำแหน่งกุนซือของทีมต่อจากอ็อตม่า ฮิตซ์เฟลด์ ในฤดูกาลนั้นพอดี ซึ่งเจอร์เก้น คลิ๊นส์มันน์ ก็ได้ทำการลายขนบธรรมเนียมที่บาเยิร์น มิวนิคทำมาอย่างยาวนาน เมื่อเขามอบปลอกแขนกัปตันทีมให้กับมาร์ค ฟาน บอมเมล กองกลางทีมชาติฮอลแลนด์ของทีม รับหน้าที่เป็นกัปตันทีม และหลังจากนั้นคลิ๊นส์มันน์ก็โดนไล่ออกจากตำแหน่ง หลังจากที่ทำงานอยู่กับทีมได้เพียง 300 วันเท่านั้น …

Continue reading

ความสามารถของนอยเออร์

    ผู้รักษาประตู เป็นตำแหน่งของเกมฟุตบอลที่สำคัญที่สุดตำแหน่งหนึ่ง เพราะบอลแต่ละจังหวะจะเข้าหรือไม่เข้ สุดท้ายก็จะตัดสินด้วยผู้รักษาประตูนี่เอง ทีมบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมของศึกบุนเดสลีก้า เยอรมันมีนายประตูที่ดีมาโดยตลอด โดยก่อนหน้านี้พวกเขาก็มีโอลิเวอร์ คาห์น นายประตูทีมชาติเยอรมันที่สร้างความอุ่นใจให้แผงกองหลังได้ และในยุคนี้พวกเขาก็มีมานูเอล นอยเออร์ ที่พวกเขาไปคว้าตัวมาจากชาลเก้ 04 เมื่อปี 2011 ซึ่งตอนแรกมีแฟนบอลของทีมไม่ค่อยชื่นชอบ และไม่พอใจที่ทีมไปดึงนายด่านรายนี้มาร่วมทีมด้วยซ้ำ แต่จนถึงตอนนี้เขากลายเป็นกัปตันทีมของบาเยิร์น มิวนิคไปแล้วด้วย ในฟุตบอลสไตล์ของยุคใหม่ๆ นั้น ผู้รักษาประตูจะมีบทบาทมากกว่าเดิม ซึ่งนอกจากหน้าที่หลักจะเป็นการเซฟประตูแล้ว แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องทำได้ดีก็คือการออกบอลให้เพื่อนร่วมทีม ซึ่งนายด่านวัย 32 ปีก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยม แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของมานูเอล นอยเออร์ ซึ่งเหนือกว่านายประตูรายอื่นทั่วโลกเลยก็คือการอ่านเกม และการออกมาตัดบอลของเขา ซึ่งเรียกได้ว่าเขาเล่นบทบาทเป็นกองหลังตัวสุดท้ายในแนวรับด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผู้รักษาประตูสมัยนี้ โดยยุคนี้มักจะเรียกผู้รักษาประตูประเภทนี้ว่า สวีเปอร์ คีเปอร์ Sweeper keeper ที่จะคอยออกมาตัดบอลเวลาที่ทีมถูกสวนกลับ หรือโดนคู่ต่อสู้วางบอลยาวข้ามหัวแผงกองหลังมา ซึ่งมานูเอล นอยเออร์ จะเก่งมากในการอ่านจังหวะบอล และออกมาตัดบอลได้ตลอด ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่เขามีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ทำให้พวกเขาขาดนายประตูมือ …

Continue reading

เป้าหมายที่ตั้งไว้

     การตั้งเป้าหมายในแต่ละฤดูกาลของแต่ละสโมสรก็จะไม่เหมือนกัน และจะแตกต่างกันออกไปในแต่ละปี ตามสถานการณ์ของทีมต่างๆ แต่ทางสโมสรบาเยิร์น มิวนิค ยอดทีมแห่งศึกบุนเดสลีก้า เยอรมันในยุคนี้แล้ว ต้องบอกว่าเป้าหมายของพวกเขาในเวลานี้ไม่ได้เป็นการมองถึงแชมป์บุนเดสลีก้าแล้ว เพราะว่าพวกเขามั่นใจว่าพวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์มาครองได้อย่างแน่นอนในแต่ละปี ซึ่งพวกเขาคว้าแชมป์มาครองได้ถึง 6 ฤดูกาลติดต่อกันแล้ว แต่เป้าหมายที่พวกเขาตั้งไว้ในแต่ละฤดูกาลคือ การที่จะต้องเข้าไปเล่นในรอบลึกๆ ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้ โดยเฉพาะการต้องการผ่านไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศ และคว้าแชมป์ให้ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่บอร์ดบริหารของทีมต้องการในระยะหลังด้วย หลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้เมื่อ 5 ปีก่อน นับจากนั้นมาพวกเขาผ่านเข้ารอบลึกๆ ของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาได้โดยตลอด โดยในช่วง 3 ปีแรกพวกเขาเข้าไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศมาโดยตลอด โดยในช่วง 3 ปีนั้นพวกเขาต้องมาตกรอบตัดเชือกด้วยน้ำมือของ 3 ทีมดังจากสเปน ทั้งเรอัล มาดริด บาร์เซโลน่า และรวมถึงเรอัล มาดริดด้วย และปีต่อมาพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น เมื่อต้องไปพ่ายให้กับเรอัล มาดริดอย่างสู้ไม่ได้ และรวมถึงฤดูกาลล่าสุดก็เช่นกัน …

Continue reading

เหตุผลของเลวานฯ

     หลังจากจบศึกฟุตบอลโลกที่ประเทศรัสเซียเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีข่าวกอสซิปออกมาอยู่ตลอดว่าโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้ากัปตันทีมชาติโปแลนด์ต้องการที่จะย้ายออกจากทีมบาเยิร์น มิวนิค ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ที่จะมีนักเตะออกมาแสดงความจำนงว่าต้องการย้ายออกจากถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า หากว่าไม่ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งกับบอร์ดบริหารของสโมสรเสียเอง ซึ่งในกรณีนี้ก็ไม่ได้มีการบาดหมางกันแต่อย่างใด โดยล่าสุดทางตัวนักเตะกองหน้าวัย 30 ปีก็ได้ออกมาแจ้งให้ทราบแล้วว่าที่เขาต้องการย้ายออกจากถิ่น “เสือใต้” นั้น เกิดจากที่เขาไม่พอใจแฟนบอลของทีมที่ไม่สนับสนุนเขาหลังจากที่เขาไม่สามารถทำประตูให้ทีมใน 3 นัดสำคัญเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้ ซึ่งก็เหมือนเป็นการน้อยใจแฟนบอลบาเยิร์น มิวนิคนั่นเอง ซึ่งอดีตกองหน้าของโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์รายนี้ก็ทำประตูได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้ทีมมาโดยตลอด ตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมบาเยิร์น มิวนิคเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ซึ่งเป็นการย้ายทีมแบบที่สโมสรไม่ต้องเสียค่าตัวให้ต้นสังกัดเก่าของเขาด้วยซ้ำ และหลังจากนั้นมาเป็นเวลากว่า 4 ฤดูกาลแล้วที่เขาเป็นดาวยิงสูงสุดของสโมสรมาโดยตลอด และได้เป็นดาวซัลโวในศึกบุนเดสลีก้าในช่วงที่ค้าแข้งกับบาเยิร์น มิวนิคอีก 2 สมัยด้วย แต่เขากลับถูกต่อว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ไม่สามารถช่วยทีมทำประตูในนัดสำคัญๆ ได้เลย โดยเฉพาะในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบรองชนะเลิสเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นเอง ซึ่งที่บาเยิร์น มิวนิคต้องพบกับเรอัล มาดริด ยอดทีมจากประเทศสเปน โดยเกมทั้ง 2 นัด ยอดดาวยิงทีมชาติโปแลนด์กลับเล่นไม่ออก …

Continue reading

ปัญหาของบัวเต็ง

    สิ่งที่มักเป็นปัญหาของนักเตะที่อายุมากขึ้นและใกล้จะแตะหลัก 30 ปีแล้วก็คือปัญหาอาการบาดเจ็บนั่นเอง ที่ทำให้นักเตะหลายคนที่อายุอยู่ในช่วงนี้เริ่มฟอร์มตก หรือบาดเจ็บจนพลาดการลงสนามไปหลายนัด และทำให้ฟอร์มการเล่นกลับมาไม่เหมือนเดิมก่อนที่พวกเขาจะบาดเจ็บ ซึ่งตอนนี้มันกำลังเป็นปัญหาของเจโรม บัวเต็ง ปราการหลังทีมชาติเยอรมันวัย 29 ปี ที่เริ่มประสบปัญหามีอาการบาดเจ็บรบกวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้อดีตนักเตะของฮัมบูร์ก และแฮร์ธ่า เบอร์ลินรายนี้เริ่มได้ลงสนามน้อยลงในแต่ละฤดูกาล นับตั้งแต่เมื่อ 3 ฤดูกาลก่อนแล้ว คือตั้งแต่ฤดูกาล 2015-2016 ที่เขาเริ่มประสบปัญหามีอาการบาดเจ็บรบกวนจนทำให้ได้ลงสนามในเกมลีกบุนเดสลีก้าไปเพียง 19 นัด จากทั้งหมด 34 นัด และมันก็เริ่มทำให้เขาได้ลงสนามน้อยลงเรื่อยๆ ตั้งแต่นั้นมา เนื่องจากอาการบาดเจ็บของเขายังรบกวนอยู่ตลอด ซึ่งอาจจะไม่ใช่การเจ็บระยะยาว แต่ว่าก็ทำให้เขาไม่พร้อมที่จะลงสนามช่วยทีมในทุกๆ สัปดาห์ได้ หากนับเฉพาะ 2 ฤดูกาลหลังสุด ปัญหาอาการบาดเจ็บของเจโรม บัวเต็งถือว่าเริ่มหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขาได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 15 ครั้งในช่วงระยะเวลาไม่ถึง 2 ปีด้วยซ้ำ โดยในฤดูกาล 2016-2017 ดาวเตะวัย 29 ปีได้รับบาดเจ็บบริเวณไหล่ในช่วงเดือนธันวาคม 2016 …

Continue reading

ฟอร์มของมุลเลอร์

    โธมัส มุลเลอร์ ตัวรุกทีมชาติเยอรมันของบาเยิร์น มิวนิค ถือว่าเป็นนักเตะที่ก้าวขึ้นมาโด่งดังได้อย่างรวดเร็วในช่วงของฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ โดยตอนนั้นเขาพึ่งเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ของบาเยิร์น มิวนิคเป็นฤดูกาลที่ 2 เท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นโยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์ทีมชาติเยอรมันก็ได้เรียกเขาไปติดทีมชาติชุดใหญ่ทำศึกฟุตบอลโลกทันที ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง 20 ปีเท่านั้น แต่เขาก็กลายเป็นกำลังหลักที่ช่วยให้ทีมชาติเยอรมันคว้าอันดับ 3 ในฟุตบอลโลกครั้งนั้นได้สำเร็จ โดยเขาได้เป็นดาวซัลโวประจำทัวร์นาเม้นต์นั้นด้วย และหลังจากนั้นมาเขาก็กลายเป็นนักเตะชั้นแนวหน้าของโลกไปในทันที และกลายเป็นนักเตะตัวหลักของบาเยิร์น มิวนิคอย่างเต็มตัว ซึ่งเขามักจะเล่นในตำแหน่งตัวรุกทางฝั่งขวา แต่สามารถขยับขึ้นไปเล่นเป็นกองหน้าได้ในบางโอกาส และมีทีเด็ดในเรื่องของการสอดเข้าไปทำประตูได้บ่อยครั้ง ซึ่งเขาค้าแข้งอยู่กับทีม “เสือใต้” มาเป็น 10 ปีแล้ว ซึ่งฤดูกาลที่จะถึงนี้จะเป็นฤดูกาลที่ 11 ในทีมชุดใหญ่ของเขาด้วย โดยหลังจากขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่อย่างเต็มตัว เขาสามารถทำประตูให้ทีมได้เกิน 10 ประตูแทบทุกฤดูกาล จะมีแค่เพียงฤดูกาล 2016-2017 เท่านั้นที่เขาทำได้เพียง 9 ประตู ซึ่งเป็นฤดูกาลที่มีคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนเข้ามาคุมทีมเป็นปีแรก ซึ่งเขาต้องหลุดไปเป็นตัวสำรองอยู่บ่อยครั้งในช่วงที่อันเชล็อตติเป็นนายใหญ่ในถิ่นอัลลิอันซ์ …

Continue reading